ตรวจสอบสิทธิ์ด้วย Firebase โดยไม่ระบุชื่อโดยใช้ JavaScript

คุณสามารถใช้ Firebase Authentication เพื่อสร้างและใช้บัญชีที่ไม่ระบุชื่อชั่วคราว ในการตรวจสอบสิทธิ์กับ Firebase บัญชีที่ไม่ระบุชื่อชั่วคราวเหล่านี้สามารถใช้เพื่ออนุญาตให้ผู้ใช้ที่ยังไม่ได้ลงชื่อสมัครใช้แอปของคุณทำงานกับข้อมูลที่ได้รับการปกป้องโดยกฎความปลอดภัยได้ หากผู้ใช้ที่ไม่ระบุชื่อตัดสินใจลงชื่อสมัครใช้แอปของคุณ คุณสามารถ ลิงก์ข้อมูลเข้าสู่ระบบของผู้ใช้กับบัญชีที่ไม่ระบุชื่อเพื่อให้ผู้ใช้สามารถทำงานกับข้อมูลที่ได้รับการปกป้องใน เซสชันในอนาคตได้

ก่อนเริ่มต้น

  1. เพิ่ม Firebase ลงในโปรเจ็กต์ JavaScript
  2. หากยังไม่ได้เชื่อมต่อแอปกับโปรเจ็กต์ Firebase ให้ดำเนินการจาก คอนโซลFirebase
  3. เปิดใช้การตรวจสอบสิทธิ์แบบไม่ระบุชื่อ โดยทำดังนี้
    1. ในคอนโซล Firebase ให้ไปที่ ความปลอดภัย > การตรวจสอบสิทธิ์
    2. ในแท็บวิธีการลงชื่อเข้าใช้ ให้เปิดใช้ผู้ให้บริการการลงชื่อเข้าใช้แบบไม่ระบุชื่อ
    3. ไม่บังคับ: หากอัปเกรดโปรเจ็กต์เป็น Firebase Authentication with Identity Platform แล้ว คุณสามารถเปิดใช้การล้างข้อมูลอัตโนมัติได้ เมื่อเปิดใช้การตั้งค่านี้ ระบบจะลบบัญชีที่ไม่ระบุชื่อที่มีอายุมากกว่า 30 วันโดยอัตโนมัติ ในโปรเจ็กต์ที่เปิดใช้การล้างข้อมูลอัตโนมัติ การตรวจสอบสิทธิ์แบบไม่ระบุชื่อจะไม่นับรวมในขีดจำกัดการใช้งานหรือโควต้าการเรียกเก็บเงินอีกต่อไป ดู การล้างข้อมูลอัตโนมัติ

ตรวจสอบสิทธิ์กับ Firebase แบบไม่ระบุชื่อ

เมื่อผู้ใช้ที่ออกจากระบบใช้ฟีเจอร์ของแอปที่ต้องมีการตรวจสอบสิทธิ์กับ Firebase ให้ลงชื่อเข้าใช้ผู้ใช้แบบไม่ระบุชื่อโดยทำตามขั้นตอนต่อไปนี้

  1. เรียกใช้เมธอด signInAnonymously ดังนี้

    Web

    import { getAuth, signInAnonymously } from "firebase/auth";
    
    const auth = getAuth();
    signInAnonymously(auth)
      .then(() => {
        // Signed in..
      })
      .catch((error) => {
        const errorCode = error.code;
        const errorMessage = error.message;
        // ...
      });

    Web

    firebase.auth().signInAnonymously()
      .then(() => {
        // Signed in..
      })
      .catch((error) => {
        var errorCode = error.code;
        var errorMessage = error.message;
        // ...
      });
    นอกจากนี้ คุณยังสามารถตรวจหาและจัดการข้อผิดพลาดได้ที่นี่ ดูรายการรหัสข้อผิดพลาดได้ที่เอกสารอ้างอิงการตรวจสอบสิทธิ์
  2. หากเมธอด signInAnonymously ทำงานเสร็จสมบูรณ์โดยไม่มีข้อผิดพลาด ระบบจะทริกเกอร์ Observer ที่ลงทะเบียนไว้ใน onAuthStateChanged และคุณจะได้รับข้อมูลบัญชีของผู้ใช้ที่ไม่ระบุชื่อจากออบเจ็กต์ User ดังนี้

    Web

    import { getAuth, onAuthStateChanged } from "firebase/auth";
    
    const auth = getAuth();
    onAuthStateChanged(auth, (user) => {
      if (user) {
        // User is signed in, see docs for a list of available properties
        // https://firebase.google.com/docs/reference/js/auth.user
        const uid = user.uid;
        // ...
      } else {
        // User is signed out
        // ...
      }
    });

    Web

    firebase.auth().onAuthStateChanged((user) => {
      if (user) {
        // User is signed in, see docs for a list of available properties
        // https://firebase.google.com/docs/reference/js/v8/firebase.User
        var uid = user.uid;
        // ...
      } else {
        // User is signed out
        // ...
      }
    });

เปลี่ยนบัญชีที่ไม่ระบุชื่อเป็นบัญชีถาวร

เมื่อผู้ใช้ที่ไม่ระบุชื่อลงชื่อสมัครใช้แอปของคุณ คุณอาจต้องการอนุญาตให้ผู้ใช้ทำงานต่อด้วยบัญชีใหม่ เช่น คุณอาจต้องการให้รายการที่ผู้ใช้เพิ่มลงในรถเข็นช็อปปิ้งก่อนลงชื่อสมัครใช้พร้อมใช้งานในรถเข็นช็อปปิ้งของบัญชีใหม่ หากต้องการทำเช่นนั้น ให้ทำตามขั้นตอนต่อไปนี้

  1. เมื่อผู้ใช้ลงชื่อสมัครใช้ ให้ทำขั้นตอนการลงชื่อเข้าใช้สำหรับผู้ให้บริการการตรวจสอบสิทธิ์ของผู้ใช้ให้เสร็จสมบูรณ์จนถึงแต่ไม่รวมการเรียกใช้เมธอด Auth.signInWith เมธอดใดเมธอดหนึ่ง เช่น รับโทเค็นรหัส Google ของผู้ใช้ โทเค็นการเข้าถึง Facebook หรืออีเมลและรหัสผ่าน
  2. รับ AuthCredential สำหรับผู้ให้บริการการตรวจสอบสิทธิ์ใหม่ ดังนี้

    Google Sign-In

    Web

    import { GoogleAuthProvider } from "firebase/auth";
    
    const credential = GoogleAuthProvider.credential(
      googleUser.getAuthResponse().id_token);

    Web

    var credential = firebase.auth.GoogleAuthProvider.credential(
      googleUser.getAuthResponse().id_token);
    การเข้าสู่ระบบด้วย Facebook

    Web

    import { FacebookAuthProvider } from "firebase/auth";
    
    const credential = FacebookAuthProvider.credential(
      response.authResponse.accessToken);

    Web

    var credential = firebase.auth.FacebookAuthProvider.credential(
      response.authResponse.accessToken);
    การลงชื่อเข้าใช้อีเมลและรหัสผ่าน

    Web

    import { EmailAuthProvider } from "firebase/auth";
    
    const credential = EmailAuthProvider.credential(email, password);

    Web

    var credential = firebase.auth.EmailAuthProvider.credential(email, password);
  3. ส่งออบเจ็กต์ AuthCredential ไปยังเมธอด link ของผู้ใช้ที่ลงชื่อเข้าใช้ ดังนี้

    Web

    import { getAuth, linkWithCredential } from "firebase/auth";
    
    const auth = getAuth();
    linkWithCredential(auth.currentUser, credential)
      .then((usercred) => {
        const user = usercred.user;
        console.log("Anonymous account successfully upgraded", user);
      }).catch((error) => {
        console.log("Error upgrading anonymous account", error);
      });

    Web

    auth.currentUser.linkWithCredential(credential)
      .then((usercred) => {
        var user = usercred.user;
        console.log("Anonymous account successfully upgraded", user);
      }).catch((error) => {
        console.log("Error upgrading anonymous account", error);
      });

หากการเรียกใช้ link สำเร็จ บัญชีใหม่ของผู้ใช้จะเข้าถึงข้อมูล Firebase ของบัญชีที่ไม่ระบุชื่อได้

การล้างข้อมูลอัตโนมัติ

หากอัปเกรดโปรเจ็กต์เป็น Firebase Authentication with Identity Platform แล้ว คุณสามารถ เปิดใช้การล้างข้อมูลอัตโนมัติในคอนโซล Firebase ได้ เมื่อเปิดใช้ฟีเจอร์นี้ คุณจะอนุญาตให้ Firebase ลบบัญชีที่ไม่ระบุชื่อที่มีอายุมากกว่า 30 วันโดยอัตโนมัติ ในโปรเจ็กต์ที่เปิดใช้การล้างข้อมูลอัตโนมัติ การตรวจสอบสิทธิ์แบบไม่ระบุชื่อจะไม่นับรวมในขีดจำกัดการใช้งานหรือโควต้าการเรียกเก็บเงิน

  • ระบบอาจลบบัญชีที่ไม่ระบุชื่อที่สร้างขึ้นหลังจากเปิดใช้การล้างข้อมูลอัตโนมัติโดยอัตโนมัติ เมื่อใดก็ได้หลังจากผ่านไป 30 วันนับจากวันที่สร้าง
  • บัญชีที่ไม่ระบุชื่อที่มีอยู่จะมีสิทธิ์ถูกลบโดยอัตโนมัติหลังจากผ่านไป 30 วันนับจากวันที่ เปิดใช้การล้างข้อมูลอัตโนมัติ
  • หากปิดการล้างข้อมูลอัตโนมัติ บัญชีที่ไม่ระบุชื่อที่กำหนดเวลาไว้ให้ลบจะยังคง กำหนดเวลาไว้ให้ลบ
  • หากคุณ "อัปเกรด" บัญชีที่ไม่ระบุชื่อโดยลิงก์กับวิธีการลงชื่อเข้าใช้ใดวิธีการหนึ่ง ระบบจะไม่ลบบัญชีดังกล่าวโดยอัตโนมัติ

หากต้องการดูจำนวนผู้ใช้ที่จะได้รับผลกระทบก่อนเปิดใช้ฟีเจอร์นี้ และคุณได้ อัปเกรดโปรเจ็กต์เป็น Firebase Authentication with Identity Platform แล้ว คุณสามารถกรองตาม is_anon ใน Cloud Logging ได้

ขั้นตอนถัดไป

เมื่อผู้ใช้ตรวจสอบสิทธิ์กับ Firebase ได้แล้ว คุณสามารถควบคุมการเข้าถึง ข้อมูลในฐานข้อมูล Firebase ได้โดยใช้ กฎความปลอดภัยของ Firebase