หากคุณอัปเกรดเป็น Firebase Authentication with Identity Platform คุณสามารถเพิ่มการตรวจสอบสิทธิ์แบบหลายปัจจัย (MFA) ด้วยรหัสผ่านที่สามารถใช้งานได้เพียงครั้งเดียวตามเวลา (TOTP) ลงในแอปได้
Firebase Authentication with Identity Platform ช่วยให้คุณใช้ TOTP เป็นปัจจัยเพิ่มเติมสำหรับการทำ MFA ได้ เมื่อเปิดใช้ฟีเจอร์นี้ ผู้ใช้ที่พยายามลงชื่อเข้าใช้แอปจะเห็นคำขอ TOTP โดยผู้ใช้ต้องใช้แอป Authenticator ที่สร้างรหัส TOTP ที่ถูกต้องได้ เช่น Google Authenticator
ก่อนเริ่มต้น
เปิดใช้ผู้ให้บริการอย่างน้อย 1 รายที่รองรับ MFA โปรดทราบว่าผู้ให้บริการทั้งหมด ยกเว้น ผู้ให้บริการต่อไปนี้รองรับ MFA
- การตรวจสอบสิทธิ์ทางโทรศัพท์
- การตรวจสอบสิทธิ์แบบไม่ระบุชื่อ
- โทเค็นการตรวจสอบสิทธิ์ที่กำหนดเอง
- Apple Game Center
ตรวจสอบว่าแอปของคุณยืนยันที่อยู่อีเมลของผู้ใช้ MFA กำหนดให้มีการยืนยันทางอีเมล ซึ่งจะป้องกันไม่ให้ผู้ไม่ประสงค์ดีลงทะเบียนใช้บริการด้วยที่อยู่อีเมลที่ไม่ใช่ของตนเอง แล้วล็อกไม่ให้เจ้าของที่อยู่อีเมลตัวจริงเข้าถึงบัญชีโดยการเพิ่มปัจจัยที่ 2
ติดตั้ง Firebase JavaScript SDK หากยังไม่ได้ดำเนินการ
ระบบรองรับ TOTP MFA ใน Web SDK แบบโมดูลาร์ เวอร์ชัน v9.19.1 ขึ้นไปเท่านั้น
เปิดใช้ TOTP MFA
หากต้องการเปิดใช้ TOTP เป็นปัจจัยที่ 2 ให้ใช้ Admin SDK หรือเรียกปลายทาง REST ของการกำหนดค่าโปรเจ็กต์
หากต้องการใช้ Admin SDK ให้ทำดังนี้
ติดตั้ง Firebase Admin Node.js SDK หากยังไม่ได้ดำเนินการ
ระบบรองรับ TOTP MFA ใน Firebase Admin Node.js SDK เวอร์ชัน 11.6.0 ขึ้นไปเท่านั้น
เรียกใช้คำสั่งต่อไปนี้
import { getAuth } from 'firebase-admin/auth'; getAuth().projectConfigManager().updateProjectConfig( { multiFactorConfig: { providerConfigs: [{ state: "ENABLED", totpProviderConfig: { adjacentIntervals: NUM_ADJ_INTERVALS } }] } })แทนที่ข้อมูลต่อไปนี้
NUM_ADJ_INTERVALS: จำนวนช่วงเวลาที่อยู่ติดกันซึ่งจะยอมรับ TOTP โดยมีค่าตั้งแต่ 0 ถึง 10 ค่าเริ่มต้นคือ 5TOTP ทำงานโดยตรวจสอบว่าเมื่อทั้ง 2 ฝ่าย (ผู้พิสูจน์และผู้ตรวจสอบ) สร้าง OTP ภายในช่วงเวลาเดียวกัน (โดยปกติคือ 30 วินาที) ทั้ง 2 ฝ่ายจะสร้างรหัสผ่านเดียวกัน อย่างไรก็ตาม คุณสามารถกำหนดค่าบริการ TOTP ให้ยอมรับ TOTP จากช่วงเวลาที่อยู่ติดกันได้ด้วย เพื่อรองรับความคลาดเคลื่อนของนาฬิกาในอุปกรณ์ของทั้ง 2 ฝ่ายและเวลาตอบสนองของมนุษย์
หากต้องการเปิดใช้ TOTP MFA โดยใช้ REST API ให้เรียกใช้คำสั่งต่อไปนี้
curl -X PATCH "https://identitytoolkit.googleapis.com/admin/v2/projects/PROJECT_ID/config?updateMask=mfa" \
-H "Authorization: Bearer $(gcloud auth print-access-token)" \
-H "Content-Type: application/json" \
-H "X-Goog-User-Project: PROJECT_ID" \
-d \
'{
"mfa": {
"providerConfigs": [{
"state": "ENABLED",
"totpProviderConfig": {
"adjacentIntervals": NUM_ADJ_INTERVALS
}
}]
}
}'
แทนที่ข้อมูลต่อไปนี้
PROJECT_ID: รหัสโปรเจ็กต์NUM_ADJ_INTERVALS: จำนวนช่วงเวลา โดยมีค่าตั้งแต่ 0 ถึง 10 ค่าเริ่มต้นคือ 5TOTP ทำงานโดยตรวจสอบว่าเมื่อทั้ง 2 ฝ่าย (ผู้พิสูจน์และผู้ตรวจสอบ) สร้าง OTP ภายในช่วงเวลาเดียวกัน (โดยปกติคือ 30 วินาที) ทั้ง 2 ฝ่ายจะสร้างรหัสผ่านเดียวกัน อย่างไรก็ตาม คุณสามารถกำหนดค่าบริการ TOTP ให้ยอมรับ TOTP จากช่วงเวลาที่อยู่ติดกันได้ด้วย เพื่อรองรับความคลาดเคลื่อนของนาฬิกาในอุปกรณ์ของทั้ง 2 ฝ่ายและเวลาตอบสนองของมนุษย์
เลือกลักษณะการลงทะเบียน
คุณสามารถเลือกว่าแอปของคุณกำหนดให้มีการตรวจสอบสิทธิ์แบบหลายปัจจัยหรือไม่ รวมถึงวิธีและเวลาที่จะลงทะเบียนผู้ใช้ ลักษณะการทำงานทั่วไปมีดังนี้
ลงทะเบียนปัจจัยที่ 2 ของผู้ใช้เป็นส่วนหนึ่งของการลงทะเบียน ใช้วิธีนี้หากแอปของคุณกำหนดให้ผู้ใช้ทุกคนต้องมีการตรวจสอบสิทธิ์แบบหลายปัจจัย
เสนอตัวเลือกที่ข้ามได้เพื่อลงทะเบียนปัจจัยที่ 2 ระหว่างการลงทะเบียน หากต้องการสนับสนุนแต่ไม่กำหนดให้มีการตรวจสอบสิทธิ์แบบหลายปัจจัยในแอป คุณอาจใช้วิธีนี้
ให้ความสามารถในการเพิ่มปัจจัยที่ 2 จากบัญชีของผู้ใช้หรือหน้าการจัดการโปรไฟล์ แทนที่จะเป็นหน้าจอลงชื่อสมัครใช้ วิธีนี้จะช่วยลดความยุ่งยากในระหว่างกระบวนการลงทะเบียน ขณะเดียวกันก็ยังคงให้ผู้ใช้ที่กังวลเรื่องความปลอดภัยสามารถใช้การตรวจสอบสิทธิ์แบบหลายปัจจัยได้
กำหนดให้เพิ่มปัจจัยที่ 2 ทีละรายการเมื่อผู้ใช้ต้องการเข้าถึงฟีเจอร์ที่มีข้อกำหนดด้านความปลอดภัยที่เข้มงวดขึ้น
ลงทะเบียนผู้ใช้ใน TOTP MFA
หลังจากเปิดใช้ TOTP MFA เป็นปัจจัยที่ 2 สำหรับแอปแล้ว ให้ใช้ตรรกะฝั่งไคลเอ็นต์เพื่อลงทะเบียนผู้ใช้ใน TOTP MFA โดยทำดังนี้
นำเข้าคลาสและฟังก์ชัน MFA ที่จำเป็น
import { multiFactor, TotpMultiFactorGenerator, TotpSecret, getAuth, } from "firebase/auth";ตรวจสอบสิทธิ์ผู้ใช้อีกครั้ง
สร้างข้อมูลลับ TOTP สำหรับผู้ใช้ที่ผ่านการตรวจสอบสิทธิ์
// Generate a TOTP secret. const multiFactorSession = await multiFactor(currentUser).getSession(); const totpSecret = await TotpMultiFactorGenerator.generateSecret( multiFactorSession );แสดงข้อมูลลับแก่ผู้ใช้และแจ้งให้ผู้ใช้ป้อนข้อมูลลับดังกล่าวลงในแอป Authenticator
แอป Authenticator หลายแอปช่วยให้ผู้ใช้เพิ่มข้อมูลลับ TOTP ใหม่ได้อย่างรวดเร็วโดยการ สแกนคิวอาร์โค้ดที่แสดง URI ของคีย์ที่เข้ากันได้กับ Google Authenticator หากต้องการสร้างคิวอาร์โค้ดเพื่อวัตถุประสงค์นี้ ให้สร้าง URI ด้วย
generateQrCodeUrl()แล้วเข้ารหัสโดยใช้ไลบรารีคิวอาร์โค้ดที่คุณเลือก เช่นconst totpUri = totpSecret.generateQrCodeUrl( currentUser.email, "Your App's Name" ); await QRExampleLib.toCanvas(totpUri, qrElement);ไม่ว่าคุณจะแสดงคิวอาร์โค้ดหรือไม่ก็ตาม ให้แสดงคีย์ลับเสมอเพื่อรองรับแอป Authenticator ที่อ่านคิวอาร์โค้ดไม่ได้
// Also display this key: const secret = totpSecret.secretKey;หลังจากที่ผู้ใช้เพิ่มข้อมูลลับลงในแอป Authenticator แล้ว แอปจะเริ่มสร้าง TOTP
แจ้งให้ผู้ใช้พิมพ์ TOTP ที่แสดงในแอป Authenticator และใช้ TOTP ดังกล่าวเพื่อลงทะเบียน MFA ให้เสร็จสมบูรณ์
// Ask the user for a verification code from the authenticator app. const verificationCode = // Code from user input. // Finalize the enrollment. const multiFactorAssertion = TotpMultiFactorGenerator.assertionForEnrollment( totpSecret, verificationCode ); await multiFactor(currentUser).enroll(multiFactorAssertion, mfaDisplayName);
ลงชื่อเข้าใช้ผู้ใช้ด้วยปัจจัยที่ 2
หากต้องการลงชื่อเข้าใช้ผู้ใช้ด้วย TOTP MFA ให้ใช้โค้ดต่อไปนี้
นำเข้าคลาสและฟังก์ชัน MFA ที่จำเป็น
import { getAuth, getMultiFactorResolver, TotpMultiFactorGenerator, } from "firebase/auth";เรียกใช้เมธอด
signInWith- เมธอดใดเมธอดหนึ่งเช่นเดียวกับที่คุณทำหากไม่ได้ใช้ MFA (เช่นsignInWithEmailAndPassword()) หากเมธอดแสดงข้อผิดพลาดauth/multi-factor-auth-requiredให้เริ่มขั้นตอน MFA ของแอปtry { const userCredential = await signInWithEmailAndPassword( getAuth(), email, password ); // If the user is not enrolled with a second factor and provided valid // credentials, sign-in succeeds. // (If your app requires MFA, this could be considered an error // condition, which you would resolve by forcing the user to enroll a // second factor.) // ... } catch (error) { switch (error.code) { case "auth/multi-factor-auth-required": // Initiate your second factor sign-in flow. (See next step.) // ... break; case ...: // Handle other errors, such as wrong passwords. break; } }ขั้นตอน MFA ของแอปควรแจ้งให้ผู้ใช้เลือกปัจจัยที่ 2 ที่ต้องการใช้ก่อน คุณดูรายการปัจจัยที่ 2 ที่รองรับได้โดยตรวจสอบพร็อพเพอร์ตี้
hintsของอินสแตนซ์MultiFactorResolverconst mfaResolver = getMultiFactorResolver(getAuth(), error); const enrolledFactors = mfaResolver.hints.map(info => info.displayName);หากผู้ใช้เลือกใช้ TOTP ให้แจ้งให้ผู้ใช้พิมพ์ TOTP ที่แสดงในแอป Authenticator และใช้ TOTP ดังกล่าวเพื่อลงชื่อเข้าใช้
switch (mfaResolver.hints[selectedIndex].factorId) { case TotpMultiFactorGenerator.FACTOR_ID: const otpFromAuthenticator = // OTP typed by the user. const multiFactorAssertion = TotpMultiFactorGenerator.assertionForSignIn( mfaResolver.hints[selectedIndex].uid, otpFromAuthenticator ); try { const userCredential = await mfaResolver.resolveSignIn( multiFactorAssertion ); // Successfully signed in! } catch (error) { // Invalid or expired OTP. } break; case PhoneMultiFactorGenerator.FACTOR_ID: // Handle SMS second factor. break; default: // Unsupported second factor? break; }
ยกเลิกการลงทะเบียนจาก TOTP MFA
ส่วนนี้อธิบายวิธีจัดการเมื่อผู้ใช้ยกเลิกการลงทะเบียนจาก TOTP MFA
หากผู้ใช้ลงชื่อสมัครใช้ตัวเลือก MFA หลายรายการ และยกเลิกการลงทะเบียนจากตัวเลือกที่เปิดใช้ล่าสุด ผู้ใช้จะได้รับข้อผิดพลาด auth/user-token-expired และออกจากระบบ ผู้ใช้ต้องลงชื่อเข้าใช้อีกครั้งและยืนยันข้อมูลเข้าสู่ระบบที่มีอยู่ เช่น ที่อยู่อีเมลและรหัสผ่าน
หากต้องการยกเลิกการลงทะเบียนผู้ใช้ จัดการข้อผิดพลาด และทริกเกอร์การตรวจสอบสิทธิ์อีกครั้ง ให้ใช้โค้ดต่อไปนี้
import {
EmailAuthProvider,
TotpMultiFactorGenerator,
getAuth,
multiFactor,
reauthenticateWithCredential,
} from "firebase/auth";
try {
// Unenroll from TOTP MFA.
await multiFactor(currentUser).unenroll(mfaEnrollmentId);
} catch (error) {
if (error.code === 'auth/user-token-expired') {
// If the user was signed out, re-authenticate them.
// For example, if they signed in with a password, prompt them to
// provide it again, then call `reauthenticateWithCredential()` as shown
// below.
const credential = EmailAuthProvider.credential(email, password);
await reauthenticateWithCredential(
currentUser,
credential
);
}
}
ขั้นตอนถัดไป
- จัดการผู้ใช้ที่มีการตรวจสอบสิทธิ์แบบหลายปัจจัย แบบเป็นโปรแกรมด้วย Admin SDK