หากคุณอัปเกรดเป็น Firebase Authentication with Identity Platform คุณสามารถเพิ่มการตรวจสอบสิทธิ์แบบหลายปัจจัย (MFA) ด้วยรหัสผ่านที่สามารถใช้งานได้เพียงครั้งเดียวตามเวลา (TOTP) ลงในแอปได้
Firebase Authentication with Identity Platform ช่วยให้คุณใช้ TOTP เป็นปัจจัยเพิ่มเติมสำหรับการตรวจสอบสิทธิ์แบบหลายปัจจัยได้ เมื่อเปิดใช้ฟีเจอร์นี้ ผู้ใช้ที่พยายามลงชื่อเข้าใช้แอปจะเห็นคำขอ TOTP ผู้ใช้ต้องใช้แอป Authenticator ที่สร้างรหัส TOTP ที่ถูกต้องได้ เช่น Google Authenticator เพื่อสร้างรหัส
ก่อนเริ่มต้น
เปิดใช้ผู้ให้บริการอย่างน้อย 1 รายที่รองรับ MFA โปรดทราบว่าผู้ให้บริการทั้งหมด ยกเว้น ผู้ให้บริการต่อไปนี้รองรับ MFA
- การตรวจสอบสิทธิ์ทางโทรศัพท์
- การตรวจสอบสิทธิ์แบบไม่ระบุชื่อ
- โทเค็นการตรวจสอบสิทธิ์ที่กำหนดเอง
- Apple Game Center
ตรวจสอบว่าแอปของคุณยืนยันที่อยู่อีเมลของผู้ใช้ MFA กำหนดให้มีการยืนยันทางอีเมล ซึ่งจะป้องกันไม่ให้ผู้ไม่ประสงค์ดีลงทะเบียนใช้บริการด้วยที่อยู่อีเมลที่ไม่ใช่ของตนเอง แล้วล็อกไม่ให้เจ้าของที่อยู่อีเมลตัวจริงเข้าถึงบัญชีโดยการเพิ่มปัจจัยที่ 2
ติดตั้ง Firebase Android SDK หากยังไม่ได้ติดตั้ง
ระบบรองรับ TOTP MFA ใน Android SDK เวอร์ชัน v22.1.0 ขึ้นไปเท่านั้น
เปิดใช้ TOTP MFA
หากต้องการเปิดใช้ TOTP เป็นปัจจัยที่ 2 ให้ใช้ Admin SDK หรือเรียกปลายทาง REST ของการกำหนดค่าโปรเจ็กต์
หากต้องการใช้ Admin SDK ให้ทำดังนี้
ติดตั้งFirebase Admin Node.js SDK หากยังไม่ได้ติดตั้ง
ระบบรองรับ TOTP MFA ใน Firebase Admin Node.js SDK เวอร์ชัน 11.6.0 ขึ้นไปเท่านั้น
เรียกใช้คำสั่งต่อไปนี้
import { getAuth } from 'firebase-admin/auth'; getAuth().projectConfigManager().updateProjectConfig( { multiFactorConfig: { providerConfigs: [{ state: "ENABLED", totpProviderConfig: { adjacentIntervals: NUM_ADJ_INTERVALS } }] } })แทนที่ข้อมูลต่อไปนี้
NUM_ADJ_INTERVALS: จำนวนช่วงเวลาที่อยู่ติดกันซึ่งจะยอมรับ TOTP โดยมีค่าตั้งแต่ 0 ถึง 10 ค่าเริ่มต้นคือ 5TOTP ทำงานโดยตรวจสอบว่าเมื่อ 2 ฝ่าย (ผู้พิสูจน์และผู้ตรวจสอบ) สร้าง OTP ภายในช่วงเวลาเดียวกัน (โดยปกติคือ 30 วินาที) ทั้ง 2 ฝ่ายจะสร้างรหัสผ่านเดียวกัน อย่างไรก็ตาม คุณสามารถกำหนดค่าบริการ TOTP ให้ยอมรับ TOTP จากช่วงเวลาที่อยู่ติดกันได้ด้วย เพื่อรองรับความคลาดเคลื่อนของนาฬิกาในอุปกรณ์ของทั้ง 2 ฝ่ายและเวลาตอบสนองของมนุษย์
หากต้องการเปิดใช้ TOTP MFA โดยใช้ REST API ให้เรียกใช้คำสั่งต่อไปนี้
curl -X PATCH "https://identitytoolkit.googleapis.com/admin/v2/projects/PROJECT_ID/config?updateMask=mfa" \
-H "Authorization: Bearer $(gcloud auth print-access-token)" \
-H "Content-Type: application/json" \
-H "X-Goog-User-Project: PROJECT_ID" \
-d \
'{
"mfa": {
"providerConfigs": [{
"state": "ENABLED",
"totpProviderConfig": {
"adjacentIntervals": NUM_ADJ_INTERVALS
}
}]
}
}'
แทนที่ข้อมูลต่อไปนี้
PROJECT_ID: รหัสโปรเจ็กต์NUM_ADJ_INTERVALS: จำนวนช่วงเวลา โดยมีค่าตั้งแต่ 0 ถึง 10 ค่าเริ่มต้นคือ 5TOTP ทำงานโดยตรวจสอบว่าเมื่อ 2 ฝ่าย (ผู้พิสูจน์และผู้ตรวจสอบ) สร้าง OTP ภายในช่วงเวลาเดียวกัน (โดยปกติคือ 30 วินาที) ทั้ง 2 ฝ่ายจะสร้างรหัสผ่านเดียวกัน อย่างไรก็ตาม คุณสามารถกำหนดค่าบริการ TOTP ให้ยอมรับ TOTP จากช่วงเวลาที่อยู่ติดกันได้ด้วย เพื่อรองรับความคลาดเคลื่อนของนาฬิกาในอุปกรณ์ของทั้ง 2 ฝ่ายและเวลาตอบสนองของมนุษย์
เลือกลักษณะการลงทะเบียน
คุณสามารถเลือกว่าแอปของคุณกำหนดให้มีการตรวจสอบสิทธิ์แบบหลายปัจจัยหรือไม่ รวมถึงวิธีและเวลาที่จะลงทะเบียนผู้ใช้ ลักษณะการลงทะเบียนที่พบบ่อยมีดังนี้
ลงทะเบียนปัจจัยที่ 2 ของผู้ใช้เป็นส่วนหนึ่งของการลงทะเบียน ใช้วิธีนี้หากแอปของคุณกำหนดให้ผู้ใช้ทุกคนต้องมีการตรวจสอบสิทธิ์แบบหลายปัจจัย
เสนอตัวเลือกที่ข้ามได้เพื่อลงทะเบียนปัจจัยที่ 2 ระหว่างการลงทะเบียน คุณอาจใช้วิธีนี้หากต้องการสนับสนุนแต่ไม่กำหนดให้มีการตรวจสอบสิทธิ์แบบหลายปัจจัยในแอป
ให้ความสามารถในการเพิ่มปัจจัยที่ 2 จากบัญชีของผู้ใช้หรือหน้าการจัดการโปรไฟล์ แทนที่จะเป็นหน้าจอลงชื่อสมัครใช้ วิธีนี้จะช่วยลดความยุ่งยากในระหว่างกระบวนการลงทะเบียน ขณะเดียวกันก็ยังคงให้ผู้ใช้ที่กังวลเรื่องความปลอดภัยสามารถใช้การตรวจสอบสิทธิ์แบบหลายปัจจัยได้
กำหนดให้เพิ่มปัจจัยที่ 2 ทีละรายการเมื่อผู้ใช้ต้องการเข้าถึงฟีเจอร์ที่มีข้อกำหนดด้านความปลอดภัยที่เข้มงวดขึ้น
ลงทะเบียนผู้ใช้ใน TOTP MFA
หลังจากเปิดใช้ TOTP MFA เป็นปัจจัยที่ 2 สำหรับแอปแล้ว ให้ใช้ตรรกะฝั่งไคลเอ็นต์เพื่อลงทะเบียนผู้ใช้ใน TOTP MFA โดยทำดังนี้
ตรวจสอบสิทธิ์ผู้ใช้อีกครั้ง
สร้างข้อมูลลับ TOTP สำหรับผู้ใช้ที่ผ่านการตรวจสอบสิทธิ์แล้ว
// Generate a TOTP secret. Firebase.auth.currentUser.multiFactor.session .addOnSuccessListener { multiFactorSession -> TotpMultiFactorGenerator.generateSecret(multiFactorSession) .addOnSuccessListener { totpSecret -> // Display the secret to the user and prompt them to // enter it into their authenticator app. (See the next // step.) } }แสดงข้อมูลลับให้ผู้ใช้เห็นและแจ้งให้ผู้ใช้ป้อนข้อมูลลับลงในแอป Authenticator
// Display this key: val secret = totpSecret.sharedSecretKeyนอกจากการแสดงคีย์ลับแล้ว คุณยังลองเพิ่มคีย์ลับลงในแอป Authenticator เริ่มต้นของอุปกรณ์โดยอัตโนมัติได้ด้วย โดยสร้าง URI ของคีย์ที่เข้ากันได้กับ Google Authenticator, แล้วส่ง URI ไปยัง
openInOtpApp()val qrCodeUri = totpSecret.generateQrCodeUrl( currentUser.email ?: "default account", "Your App Name") totpSecret.openInOtpApp(qrCodeUri)หลังจากที่ผู้ใช้เพิ่มข้อมูลลับลงในแอป Authenticator แล้ว แอปจะเริ่มสร้าง TOTP
แจ้งให้ผู้ใช้พิมพ์ TOTP ที่แอป Authenticator แสดงและใช้ TOTP นั้นเพื่อลงทะเบียน MFA ให้เสร็จสมบูรณ์
// Ask the user for a verification code from the authenticator app. val verificationCode = // Code from user input. // Finalize the enrollment. val multiFactorAssertion = TotpMultiFactorGenerator .getAssertionForEnrollment(totpSecret, verificationCode) Firebase.auth.currentUser.multiFactor.enroll(multiFactorAssertion, "TOTP") .addOnSuccessListener { // Enrollment complete. }
ลงชื่อเข้าใช้ผู้ใช้ด้วยปัจจัยที่ 2
หากต้องการลงชื่อเข้าใช้ผู้ใช้ด้วย TOTP MFA ให้ใช้โค้ดต่อไปนี้
เรียกใช้เมธอด
signInWith- เมธอดใดเมธอดหนึ่งเช่นเดียวกับที่คุณทำหากไม่ได้ใช้ MFA (เช่นsignInWithEmailAndPassword()) หากเมธอดแสดงFirebaseAuthMultiFactorExceptionให้เริ่มขั้นตอน MFA ของแอปFirebase.auth.signInWithEmailAndPassword(email, password) .addOnSuccessListener { result -> // If the user is not enrolled with a second factor and provided valid // credentials, sign-in succeeds. // (If your app requires MFA, this could be considered an error // condition, which you would resolve by forcing the user to enroll a // second factor.) // ... } .addOnFailureListener { exception -> when (exception) { is FirebaseAuthMultiFactorException -> { // Initiate your second factor sign-in flow. (See next step.) // ... } } }ขั้นตอน MFA ของแอปควรแจ้งให้ผู้ใช้เลือกปัจจัยที่ 2 ที่ต้องการใช้ก่อน คุณดูรายการปัจจัยที่ 2 ที่รองรับได้โดยตรวจสอบพร็อพเพอร์ตี้
hintsของอินสแตนซ์MultiFactorResolverval enrolledFactors = exception.resolver.hints.map { it.displayName }หากผู้ใช้เลือกใช้ TOTP ให้แจ้งให้ผู้ใช้พิมพ์ TOTP ที่แสดงในแอป Authenticator และใช้ TOTP นั้นเพื่อลงชื่อเข้าใช้
when (exception.resolver.hints[selectedIndex].factorId) { TotpMultiFactorGenerator.FACTOR_ID -> { val otpFromAuthenticator = // OTP typed by the user. val assertion = TotpMultiFactorGenerator.getAssertionForSignIn( exception.resolver.hints[selectedIndex].uid, otpFromAuthenticator ) exception.resolver.resolveSignIn(assertion) .addOnSuccessListener { result -> // Successfully signed in! } .addOnFailureListener { resolveError -> // Invalid or expired OTP. } } PhoneMultiFactorGenerator.FACTOR_ID -> { // Handle SMS second factor. } }
ยกเลิกการลงทะเบียนจาก TOTP MFA
ส่วนนี้อธิบายวิธีจัดการเมื่อผู้ใช้ยกเลิกการลงทะเบียนจาก TOTP MFA
หากผู้ใช้ลงชื่อสมัครใช้ตัวเลือก MFA หลายรายการ และยกเลิกการลงทะเบียนจากตัวเลือกที่เปิดใช้ล่าสุด ผู้ใช้จะได้รับ auth/user-token-expired และออกจากระบบ ผู้ใช้ต้องลงชื่อเข้าใช้อีกครั้งและยืนยันข้อมูลเข้าสู่ระบบที่มีอยู่ เช่น ที่อยู่อีเมลและรหัสผ่าน
หากต้องการยกเลิกการลงทะเบียนผู้ใช้ จัดการข้อผิดพลาด และเรียกใช้การตรวจสอบสิทธิ์อีกครั้ง ให้ใช้โค้ดต่อไปนี้
Firebase.auth.currentUser.multiFactor.unenroll(mfaEnrollmentId)
.addOnSuccessListener {
// Second factor unenrolled.
}
.addOnFailureListener { exception ->
when (exception) {
is FirebaseAuthInvalidUserException -> {
// Second factor unenrolled. If the user was signed out, re-authenticate
// them.
// For example, if they signed in with a password, prompt them to
// provide it again, then call `reauthenticateWithCredential()` as shown
// below.
val credential = EmailAuthProvider.getCredential(email, password)
currentUser.reauthenticate(credential)
.addOnSuccessListener {
// Success!
}
.addOnFailureListener {
// Bad email address and password combination.
}
}
}
}
ขั้นตอนถัดไป
- จัดการผู้ใช้แบบหลายปัจจัย แบบเป็นโปรแกรมด้วย Admin SDK